Global Trade - Offshore Trading

ให้บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ ใน ตลาดหลักทรัพย์อเมริกา (NYSE, NASDAQ, AMEX), ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE), ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE), ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKSE), ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการสร้างโอกาสลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลก

ทำกำไรจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก
ทำกำไรจากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน รวมทั้งกระจายความเสี่ยง พอร์ตการลงทุนในตลาดหุ้นหลัก ได้แก่ อเมริกา, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, สิงคโปร์

มีบทวิเคราะห์จากทีมวิจัยคุณภาพ
มีบทวิเคราะห์จากทีมวิจัยคุณภาพ

ครบครันทุกเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกรายวัน ข้อมูลหุ้นรายตัว ข้อมูลกองทุนเปิดที่สามารถซื้อขายในต่างประเทศ และคำแนะนำการลงทุนรายเดือน

ทำธุรกรรมผ่านเจ้าหน้าที่ส่วนตัว
ทำธุรกรรมผ่านเจ้าหน้าที่ส่วนตัว

มีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ ทางด้านการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ พร้อมให้คำแนะนำวางแผนการเงิน เลือกจังหวะในการลงทุนที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า

ลักษณะการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ

การฝากเงินเข้าบัญชีหลักทรัพย์ต่างประเทศ

  • บริษัทรับฝากเงินเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น
  • เงินลงทุนขั้นต่ำ 300,000 บาท
  • ฝากเงินเข้าบัญชีของบริษัทชื่อ "บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด" ผ่านธนาคารพาณิชย์ ดังนี้

ธนาคาร สาขา ประเภทบัญชี เลขที่บัญชีธนาคาร
ทิสโก้ (TISCO) สำนักงานใหญ่ กระแสรายวัน 0001-154-000001-3
กรุงเทพ (BBL) สำนักงานใหญ่ กระแสรายวัน 101-3-31915-5
กรุงไทย (KTB) สำนักนานาเหนือ กระแสรายวัน 000-6-10915-2
กรุงศรี (BAY) สำนักเพลินจิต กระแสรายวัน 001-0-14959-6
กสิกรไทย (KBANK) สำนักสีลม ออมทรัพย์ 001-2-16500-7
ไทยพาณิชย์ (SCB) สาขาถนนวิทยุ กระแสรายวัน 049-3-11293-7
ทหารไทย (TMB) สำนักพหลโยธิน กระแสรายวัน 001-1-29157-2

  • ส่งหลักฐานการฝากเงินโดยระบุชื่อ-นามสกุล เลขที่บัญชีซื้อขาย และวัตถุประสงค์เพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (TISCO Global Trade) มาที่หมายเลข 0 2633 6690 หรือ อีเมล etradeservices@tisco.co.th
  • ลูกค้าแจ้งฝากเงินก่อนเวลา 16.00 น. ลูกค้าจะได้รับวงเงินการซื้อขายในวันทำการถัดไป (T+1) กรณีแจ้งฝากเงินหลังเวลา 16.00 น. ลูกค้าได้รับวงเงินการซื้อขายในวันทำการที่ 2 (T+2)
  • ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินออกนอกประเทศตามอัตราที่บริษัทกำหนด

การถอนเงินจากบัญชีหลักทรัพย์ต่างประเทศ

  • ลูกค้าส่งคำสั่งถอนเงินผ่านแบบฟอร์ม "ใบคำขอถอนเงิน" โดยระบุสกุลเงินที่ถอนเป็นสกุลเงิน USD พร้อมลงลายมือชื่อให้เหมือนกับที่ให้ไว้กับบริษัท จัดส่งคำสั่งฉบับจริงมายังบริษัท
  • ลูกค้าจะได้รับเงินที่ถอนภายใน 5 วันทำการนับจากวันที่บริษัทได้รับคำสั่ง "ใบคำขอถอนเงิน"
  • บริษัทใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ เวลาที่เงิน USD มาถึงในประเทศไทย (Sport Rate) และนำส่งเงินบาทให้ลูกค้า
  • ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินกลับเข้ามาในประเทศตามอัตราที่บริษัทกำหนด

ขั้นตอนการส่งคำสั่งซื้อขายและแจ้งยืนยันการซื้อขาย

  • ส่งคำสั่งซื้อขายในเวลาทำการของบริษัท (9.00 - 16.30 น.) ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด โทร 0 2633 6655 โดยระบุชื่อหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ราคา และปริมาณที่ต้องการซื้อขายที่ชัดเจน ภายในวงเงินในการซื้อขายที่ได้รับ
  • เมื่อรายการซื้อขายถูกจับคู่แล้ว บริษัทจะแจ้งยืนยันการซื้อขาย ด้วย Pre-Confirmation กับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์หรือ อีเมล ในวันทำการถัดจากวันที่ซื้อขาย 
  • บริษัทยืนยันรายการซื้อขายอย่างเป็นทางการด้วย Official Confirmation Note ซึ่งจะแสดงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และจะจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์หรือช่องทางอื่น ๆ
  • ช่วงเวลาในการจับคู่คำสั่งซื้อขึ้นอยู่กับเวลาทำการของตลาดแต่ละประเทศ

ประเทศ ตลาด ดัชนี เวลาในการซื้อขายในประเทศไทย วันที่ชำระราคา
สหรัฐอเมริกา NYSE
NASDAQ
AMEX
NYSE: Dow Jones Industrial Average, S&P 500, NYSE Composite
NASDAQ: NASDAQ
AMEX: NYSE Amex Equities
21.30 น. - 04.00 น. T+2
อังกฤษ LSE FTSE 100 Index
FTSE All-Share Index
14.00 น. - 22.30 น.  T+3
ญี่ปุ่น TSE Nikkei 225
TOPIX
07.00 น. - 13.00 น.  T+3
ฮ่องกง HKEx Hang Seng Index
HSCEI (Hang Seng China Enterprises Index)
08.30 น. - 15.00 น.  T+2
สิงคโปร์ SGX STI (Straits Times Index ) 08.00 น. - 16.00 น.  T+3

  • สกุลเงินที่ใช้ชำระในทุกตลาดเป็น USD
  • อเมริกาและอังกฤษมีการปรับเปลี่ยนเวลาตามฤดูกาลในระหว่างปี (Daylight Saving Time)
  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ คิดค่าคอมมิชชั่น 0.5% ของมูลค่าการซื้อขาย หรือขั้นต่ำ 100 USD / หุ้น / วัน / ฝั่งซื้อหรือขาย และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมดังกล่าว (เฉพาะรายการซื้อหลักทรัพย์ในตลาด London Stock Exchange (LSE) จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอีก 0.5%)
  • ค่าธรรมเนียมการโอนเงินออกต่างประเทศ (ตามอัตราที่บริษัทฯ กำหนด)
  • ค่าธรรมเนียมการโอนเงินกลับไทย (ตามอัตราที่บริษัทฯ กำหนด)

บริษัทจะชำระราคารายการซื้อขายเป็นสกุลเงิน USD ตามวันที่ชำระราคา (Settlement Date) ของแต่ละตลาดหลักทรัพย์ โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการชำระราคาจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันทำการซื้อขายและถูกกำหนดโดยบริษัทนายหน้าซื้อขายหุ้นต่างประเทศของบริษัท ทั้งนี้ลูกค้าสามารถสอบถามอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวกับทางเจ้าหน้าที่ Dealer หรือตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงได้ที่เว็บไซต์อัตราแลกเปลี่ยนทั่วไป อนึ่ง เงินค่าขายหลักทรัพย์จะถูกเก็บไว้ในบัญชีบริษัทเพื่อลูกค้า จนกว่าลูกค้าจะส่งคำสั่งถอนเงิน ทางบริษัทจึงจะทำการโอนเงินกลับมายังประเทศไทย

ข้อมูลเกี่ยวกับนักลงทุนต่างประเทศ

นักลงทุนต่างประเทศสามารถลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้โดยตรง โดยอาจแต่งตั้งผู้ดูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ (Custodian) ธนาคารผู้ดูแล (Correspondent Bank) และบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) เพื่อทำหน้าที่แทนนักลงทุน

ทั้งนี้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศสามารถเป็นธนาคารที่ให้บริการทั้งการเป็นธนาคารผู้ดูแล และเก็บรักษาหลักทรัพย์ให้แก่นักลงทุนต่างประเทศได้ในคราวเดียวกัน
นักลงทุนต่างประเทศจึงสามารถใช้บริการทั้ง 2 ประเภทจากธนาคารผู้ดูแลเพียงแห่งเดียว ในขณะที่อัตราค่าธรรมเนียมของนักลงทุนต่างประเทศจะคิดในอัตราเดียวกันกับนักลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างประเทศจะมีข้อจำกัดในการถือครองหลักทรัพย์ของกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภท

  • การนำเงินเข้ามาลงทุน : โดยทั่วไปธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่จำกัดการนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ นักลงทุนต่างประเทศที่ส่งเงินเข้ามาลงทุนจะต้องขายหรือฝากเงินที่นำเข้ามาไว้กับธนาคารผู้ดูแล (Correspondent Bank) ภายใน 1 ปีนับจากวันที่ส่งเงินเข้ามาในประเทศ โดยธนาคารผู้ดูแลจะเป็นผู้บันทึกการเคลื่อนไหวของเงินลงทุนและส่งรายงานให้กับ ธปท.
  • การฝากหลักทรัพย์ในระบบการรับฝากหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ : นักลงทุนต่างประเทศสามารถฝากหุ้นในระบบการรับฝากหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เหมือนกับนักลงทุนไทย (ดูรายละเอียดใน "การฝากหลักทรัพย์")
  • ข้อจำกัดในการถือครองหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศ : นักลงทุนต่างประเทศสามารถฝากหุ้นในระบบการรับฝากหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เหมือนกับนักลงทุนไทย
  • การโอนเงินออก : นักลงทุนต่างประเทศต้องแสดงหลักฐานจากการขายหลักทรัพย์ให้แก่ธนาคารผู้ดูแลก่อนนำเงินออกนอกประเทศ โดยธนาคารผู้ดูแลจะอนุมัติให้นำเงินออกนอกประเทศได้ แต่ต้องรายงานความเคลื่อนไหวของเงินลงทุนให้ ธปท. ทราบ

เมื่อนักลงทุนเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ถูกต้อง ในส่วนนี้จึงสรุปการเสียภาษีอากรที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อเป็นข้อมูลดังปรากฏต่อไปนี้

1. ภาษีอากรของนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการในประเทศไทย

ประเภทเงินได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  อัตราภาษี
บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษี ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
เงินปันผล

- 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถ้าได้รับเงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียน หรือบริษัทจำกัด

- เลือกเสีย 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าผู้มีเงินได้ได้รับเงินได้จากกองทุนรวม หรือนำเงินปันผลดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีปลายปี

- ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าได้รับเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม BOI

- 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถ้าผู้มีเงินได้ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน

- ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าผู้มีเงินได้เป็นบริษัทจดทะเบียนและได้รับเงินปันผลจากบริษัทไทยหรือกองทุนรวม

- ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าผู้มีเงินได้ถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 25 % ของหุ้นทั้งหมดและบริษัทดังกล่าวมิได้ถือหุ้นในบริษัทผู้มีเงินได้

- ได้รับยกเว้นภาษี ถ้าได้รับเงินปันผลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม BOI

ดอกเบี้ย 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

- 1% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

-ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าเป็นกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ได้รับดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์

 

2. ภาษีอากรของนักลงทุนต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

ประเภทเงินได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  อัตราภาษี
บุคคลธรรมดา นิติบุคคล
กำไรจากการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษี 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เงินปันผล 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ดอกเบี้ย 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

 

3. อนุสัญญาภาษีซ้อน

กรมสรรพากรได้ตระหนักถึงภาระภาษีอากร ที่ผู้ลงทุนต่างประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ซึ่งบางกรณีผู้เสียภาษีอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศของตนด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาและขจัดการเสียภาษีซ้ำซ้อน กรมสรรพากรได้ดำเนินการเจรจา จัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อนในนามประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยได้จัดทำอนุสัญญาภาษีซ้อน กับประเทศต่างๆ เป็นจำนวน 52 ประเทศ ดังต่อไปนี้

 

1. เกาหลีใต้ 19. ปากีสถาน 37. สิงคโปร์
2. แคนาดา 20. โปแลนด์ 38. สโลวีเนีย
3. คูเวต 21. ฝรั่งเศส 39. ออสเตรเลีย
4. จีน 22. ฟินแลนด์ 40. ออสเตรีย
5. เชค 23. ฟิลิปปินส์ 41. อังกฤษ และไอร์แลนด์เหนือ
6. เซเซลส์ 24. มอริเชียส 42. อาร์เมเนีย
7. ไซปรัส 25. มาเลเซีย 43. อิตาลี
8. ญี่ปุ่น 26. ยูเครน 44. อินเดีย
9. เดนมาร์ก 27. เยอรมัน 45. อินโดนีเซีย
10. ตุรกี 28. โรมาเนีย 46. อิสราเอล
11. นอร์เวย์  29. ลักเซมเบอร์ก 47. อุซเบกิสถาน
12. นิวซีแลนด์ 30. ลาว 48. เอมิเรตส์
13. เนเธอร์แลนด์ 31. เวียดนาม 49. แอฟริกาใต้
14. เนปาล 32. ศรีลังกา 50. โอมาน
15. บาเรนห์ 33. สเปน 51. ฮังการี
16. บังคลาเทศ 34. สวิสเซอร์แลนด์ 52. ฮ่องกง
17. บัลแกเรีย 35. สวีเดน  
18. เบลเยี่ยม 36. สหรัฐอเมริกา  

การเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ

  • เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศประเภทเงินสด (Cash Balance) วงเงินซื้อเท่ากับจำนวนเงินที่ลูกค้าได้ฝากไว้กับบริษัท
  • ลูกค้าสามารถทำการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้ที่สำนักงานใหญ่และสาขาของบริษัท หรือเปิดบัญชีผ่านสาขาธนาคารทิสโก้ ติดต่อบริษัทเพื่อรับเอกสารเปิดบัญชี 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ :0 2633 6000 กด 5  e-mail : tiscoetrade@tisco.co.th

สถานที่ตั้งบริษัท/สาขา
สถานที่ตั้งสาขาธนาคารทิสโก้

เอกสารประกอบการเปิดบัญชีสำหรับลูกค้าใหม่

  • ใบคำขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ พร้อมบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาแต่งตั้งตัวแทนนายหน้าเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ และสัญญาดูแลทรัพย์สินและการรับทราบความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเพื่อหักบัญชีธนาคารหน้าที่มีชื่อ - นามสกุล เลขที่บัญชี
  • เอกสารประกอบการพิจารณาเครดิต เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน
  • ค่าอากรแสตมป์ 60 บาท
แบบฟอร์มเปิดบัญชีสำหรับลูกค้าใหม่

เอกสารประกอบการเปิดบัญชีสำหรับลูกค้าปัจจุบัน

  • บันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาแต่งตั้งตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และสัญญาดูแลทรัพย์สินและการรับทราบความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
  • สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • ค่าอากรแสตมป์ 30 บาท

เริ่มต้นลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศกับ บล.ทิสโก้

ต้องการรับคำแนะนำด้านการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศตั้งแต่ขั้นแรก หรือขอปรึกษากับกูรูเพื่อช่วยในการตัดสินใจ