
| ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย | ||
ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีบทบาทที่สำคัญ 3 ประการ คือ
| ตลาดหลักทรัพย์ MAI | ||
ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ MAI มีการคำนวณแยกต่างหากจากการคำนวณดัชนีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่จะมีวิธีการคำนวณเช่นเดียวกัน โดยใช้มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์รวมของตลาดหลักทรัพย์ MAI ณ วันที่ 2 กันยายน 2545 เป็นวันฐาน
| ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ | ||
วิธีการซื้อขายหลักทรัพย์ในระบบ ASSET มีด้วยกัน 2 วิธี คือการจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ (Automatic Order Matching) และการซื้อขายที่สมาชิกเจรจาต่อรองกันเอง (Put Through)
การซื้อขายหลักทรัพย์แบบจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ (AOM) ทำได้โดยการจับคู่คำสั่งซื้อขายตามราคาและเวลาตามลำดับ ซึ่งหลังจากที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ระบบ ASSET ของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการจัดเรียงคำสั่งซื้อขายตามราคาและเวลาตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าคำสั่งจะถูกเรียงตามระดับราคาก่อน โดยคำสั่งที่มีราคาดีที่สุดจะถูกจับคู่ก่อน จากนั้นใน แต่ละระดับราคา คำสั่งจะถูกจัดเรียงต่อตามลำดับเวลาก่อนหลังที่คำสั่งเข้ามาในระบบ สำหรับการจับคู่คำสั่งนั้นมีด้วยกัน 2 วิธีคือ การจับคู่คำสั่งซื้อขายแบบต่อเนื่องและการจับคู่คำสั่งซื้อขายแบบคอลมาร์เก็ต (Call Market)
การจับคู่คำสั่งซื้อขายแบบต่อเนื่องนั้นจะใช้ระหว่างวันในช่วงเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ปกติ โดยระบบ ASSET จะจับคู่คำสั่งซื้อและขายลำดับแรกที่รอคิวอยู่และจะจับคู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะยืนยันคำสั่งซื้อขายที่จับคู่แล้วให้บริษัทหลักทรัพย์ฯ ทราบ
การจับคู่คำสั่งซื้อขายแบบคอลมาร์เก็ต (Call Market) จะใช้ในการคำนวณราคาเปิดและราคาปิดของแต่ละหลักทรัพย์ในช่วงก่อนและหลังเวลาซื้อขายปกติ ระบบจะยอมให้บริษัทหลักทรัพย์ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์เข้ามาเพื่อรอการจับคู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งและที่ราคาใดราคาหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดปริมาณการซื้อขายที่มากที่สุดของหลักทรัพย์นั้น
การซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ตกลงซื้อขายกันและบันทึกการซื้อขายเข้าไปในระบบ (PT) ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ ในการแจ้งการซื้อขายที่บริษัทต้องการ โดยการประกาศโฆษณาราคาเสนอซื้อและเสนอขายผ่านระบบการซื้อขาย เมื่อบริษัทหลักทรัพย์รายใดสนใจในข้อเสนอ ก็สามารถทำการซื้อขายโดยตรงทั้งในนามลูกค้าหรือบริษัทหลักทรัพย์เอง ราคาที่ซื้อขายขึ้นอยู่กับการเจรจากัน เพราะฉะนั้นราคาที่มีการซื้อขายจริงอาจจะต่างจากราคาที่ประกาศโฆษณาไว้ และอาจจะไม่ตรงกับกฏเรื่องช่วงราคาก็ได้ และเมื่อตกลงซื้อขายกันได้แล้วบริษัทหลักทรัพย์ต้องทำบันทึกรายละเอียดของรายการซื้อขายดังกล่าวให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบ
| การซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต | ||
การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตสามารถใช้ได้กับหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบนกระดานหลัก (Main Board) กระดานหน่วยย่อย (Odd Lot Board) หรือกระดานต่างประเทศ (Foreign Board) ทั้งนี้จะต้องเป็นการซื้อขายแบบการจับคู่คำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ (AOM) เท่านั้น
| เวลาทำการซื้อขาย | ||
ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเริ่มรับคำสั่งซื้อขาย แต่ยังไม่ทำการจับคู่คำสั่งตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดทำการซื้อขายปกติ 30 นาที (Pre-open) และเมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดทำการiะบบคอมพิวเตอร์จะเริ่มจับคู่รายการซื้อขาย โดยราคาเปิดจะกำหนดจาก หลักทรัพย์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด และหลังจากการซื้อขายหลักทรัพย์รายการแรกได้ดำเนินการไปแล้ว การซื้อขายหลักทรัพย์จะ ดำเนินการตามปกติ
ตาราง : เวลาทำการซื้อขาย
| ช่วงเวลาการซื้อขาย | วิธีการซื้อขาย | หมายเหตุ | |
| ช่วงก่อนเปิดทำการ ซื้อขายในช่วงเช้า |
9:30 - T1 | Call Market | T1 เป็นเวลาที่ได้รับการสุ่ม เพื่อเลือกหาเวลาเปิดในช่วง 9:55 - 10:00น. และคำนวณหาราคาเปิดสำหรับการซื้อขายในช่วงเช้าของแต่ละหลักทรัพย์ |
| ช่วงเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ ในช่วงเช้า |
T1 - 12:30 | AOM, PT | - |
| ช่วงเวลาพักการซื้อขาย ระหว่างวัน |
12:30 - 14:00 | - | - |
| ช่วงก่อนเปิดทำการซื้อขาย ในช่วงบ่าย |
14:00 - T2 | Call Market | T2 เป็นเวลาที่ได้รับการสุ่มเพื่อเลือกหาเวลาเปิดในช่วง 14:25-14:30 น. และคำนวณหาราคาเปิดสำหรับการซื้อขายในช่วงบ่ายของแต่ละหลักทรัพย์ |
| ช่วงเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ ในช่วงบ่าย |
T2 - 16:30 | AOM, PT | ระบบการซื้อขายจะหยุดการจับคู่คำสั่งทั้งหมดที่เวลา 16:30 น. อย่างไรก็ตามคำสั่งยังถูกส่งไปเพื่อรอการจับคู่จนกระทั่งตลาดปิดทำการ |
| 16:30 - T3 | Call Market, PT | T3 เป็นช่วงเวลาที่คำนวณหาราคาปิดของ แต่ละหลักทรัพย์ โดยยังไม่มีการจับคู่ซื้อขาย จนกระทั่งระบบได้มีการสุ่ม เพื่อเลือกหาเวลาปิด (T3) ในช่วง 16:35-16:40 น. | |
| การซื้อขายหลักทรัพย์ นอกเวลาทำการประจำวัน |
T3 - 17:00 | PT | ระบบการซื้อขายจะรับเฉพาะการซื้อขายหลักทรัพย์แบบ PT เท่านั้น |
| การซื้อขายนอกเวลาทำการ | ||
ระยะเวลาซื้อขาย: ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดจนถึง 17:00 น.
วิธีการซื้อขาย: ให้ซื้อขายด้วยวิธี Put Through (PT) เท่านั้น โดยทำการบันทึกรายการซื้อขายบนกระดานหลัก (Main Board) กระดานรายใหญ่และกระดานต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ดังนี้
| กระดานซื้อขาย | ปริมาณ/มูลค่าซื้อขาย | ราคาซื้อขาย | อื่นๆ |
| กระดานหลัก | ปริมาณซื้อขายเป็นล็อต โดยมีปริมาณซื้อขายต่ำกว่า 1 ล้านหุ้น และมีมูลค่าซื้อขายต่ำกว่า 3 ล้านบาท | ให้ซื้อขาย ณ ราคาปิดหรือราคาเฉลี่ย* ของวันนั้น กรณีไม่มีราคาปิดหรือราคาเฉลี่ยของวันนั้น ให้ใช้ราคาปิดของวันทำการก่อนหน้านั้น | -ซื้อขายได้ทั้ง 1 บริษัท และ 2 บริษัท PT -สามารถโฆษณาเพื่อซื้อขายผ่านระบบซื้อขายได้ |
| กระดานรายใหญ่ | ปริมาณซื้อขายตั้งแต่ 1 ล้านหุ้น หรือมีมูลค่าซื้อขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป |
|
-ซื้อขายได้ทั้ง 1 บริษัท และ 2 บริษัท PT -สามารถโฆษณาเพื่อซื้อขายผ่านระบบซื้อขายได้ |
| กระดานต่างประเทศ | ไม่กำหนดปริมาณหรือมูลค่าซื้อขายขั้นต่ำ | ไม่กำหนดช่วงราคาซื้อขาย รวมทั้งราคาสูงสุดและต่ำสุด | -ซื้อขายได้ทั้ง 1 บริษัท และ 2 บริษัท PT -สามารถโฆษณาเพื่อซื้อขายผ่านระบบซื้อขายได้ |
หมายเหตุ: * ราคาเฉลี่ยของหุ้น Local หรือหุ้น Foreign ให้คำนวณโดยถ่วงน้ำหนักรายการซื้อขายเฉพาะที่เกิดจากวิธี AOM บนกระดานหลักหรือกระดานต่างประเทศในระหว่างวัน (ให้นำราคาเปิดและปิดมารวมในการคำนวณด้วย)
| หน่วยการซื้อขาย | ||
การซื้อขายหน่วยย่อย (Odd Lot) คือ การซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีจำนวนหุ้นน้อยกว่า 1 ล็อต ในขณะที่การซื้อขายรายใหญ่ (Big Lot) คือ การซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีปริมาณการซื้อขายตั้งแต่ 1 ล้านหุ้นหรือมีมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป
| กระดานซื้อขาย | ||
ตาราง : กระดานซื้อขาย
| กระดานซื้อขาย หลักทรัพย์ |
ระบบการ ซื้อขาย หลักทรัพย์ |
ประเภทของหลักทรัพย์ | หลักเกณฑ์การซื้อขาย |
| กระดานหลัก | AOM | หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ, ใบสำคัญแสดงสิทธิ, หน่วยลงทุน, และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุน ซึ่งเป็นคนต่างด้าว |
ใช้กฎเกณฑ์การซื้อขายในเรื่องของหน่วยการซื้อขาย การกำหนด Ceiling & Floor, ช่วงราคา (Spread) และการส่งคำสั่งแบบมีเงื่อนไข |
| กระดานต่างประเทศ | AOM | หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ ที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อบุคคลต่างด้าว |
|
| PT |
|
||
| กระดานรายใหญ่ | PT | หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ, ใบสำคัญแสดงสิทธิ, หน่วยลงทุน, และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุน ซึ่งเป็นคนต่างด้าว |
|
| กระดานหน่วยย่อย | AOM | หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมสิทธิ, ใบสำคัญแสดงสิทธิ, หน่วยลงทุนที่มีจำนวนรวม ของหุ้น ต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย |
|
| ประเภทของคำสั่งซื้อขาย | ||
คำสั่งซื้อขายแบบไม่จำกัดราคา (Non-limit Price Orders)
1. Market Price Order (MP) เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายทันที ณ ราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น
2. At-The-Open Order (ATO) เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายทันทีที่ตลาดเปิดทำการซื้อขาย ณ ราคาเปิด
3. At-The-Close Order (ATC) เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายทันทีก่อนที่ตลาดจะปิดทำการซื้อขาย ณ ราคาปิด
คำสั่งซื้อขายแบบมีเงื่อนไข (Conditional Orders)
4. Immediate-Or-Cancel Order (IOC) เป็นคำสั่งซื้อขายที่นักลงทุนต้องการสั่งให้ซื้อหรือขายหุ้น ตามราคาที่นักลงทุนระบุไว้ในขณะนั้นโดยทันที หากซื้อหรือขายได้ไม่หมดทั้งจำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิก
5. Fill-Or-Kill Order (FOK) เป็นคำสั่งซื้อขายที่นักลงทุนต้องการสั่งให้ซื้อหรือขายหุ้นในราคาที่กำหนด โดยต้องการให้ได้ทั้งจำนวนที่ ต้องการ หากได้ไม่ครบก็จะไม่ซื้อขายเลยและจะยกเลิกคำสั่งนั้นทั้งหมด
คำสั่งซื้อขายแบบให้ระบบการซื้อขายส่งให้โดยอัตโนมัติ (Published Orders)
6. คำสั่งซื้อขายแบบให้ระบบซื้อขายส่งให้โดยอัตโนมัติคือ การส่งคำสั่งซื้อขายโดยจำนวนการซื้อขายในแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 10 หน่วยการซื้อขายของกระดานหลัก (ส่วนใหญ่คือ 1,000 หุ้น) ทั้งนี้ระบบจะทำการเสนอซื้อขายให้ทีละส่วนในจำนวนที่เท่ากันตามที่ระบุโดยอัตโนมัติ โดยระบบจะส่งคำสั่งเข้าไปเมื่อการเสนอซื้อหรือขายก่อนหน้านี้ได้รับการจับคู่ซื้อขายแล้ว
คำสั่งซื้อขายแบบ Basket Order
7. Basket Order เป็นการบันทึกคำสั่งเสนอซื้อหรือขายกลุ่มของหลักทรัพย์ในคราวเดียวกัน โดยเมื่อคำสั่งซื้อขายแบบ Basket Order ซึ่งประกอบด้วยคำสั่งย่อยหลายๆคำสั่ง ถูกส่งเข้ามายังระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แล้ว คำสั่งซื้อขายย่อยๆ เหล่านั้นจะต้องเข้าคิวเพื่อรอการจับคู่ซื้อขายในแต่ละหลักทรัพย์เช่นเดียวกับคำสั่งซื้อขายปกติ
องค์ประกอบของ Basket Order มีลักษณะดังนี้
| การควบคุมการเคลื่อนไหวของราคา | ||
ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ราคาเสนอซื้อเสนอขายหลักทรัพย์ในแต่ละวันสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้สูงสุดได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายในวันทำการก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตามข้อกำหนดดังกล่าวได้รับการยกเว้นในกรณีต่อไปนี้
ช่วงราคาหลักทรัพย์ (Price Spreads)
ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดช่วงการเคลื่อนไหวของราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายไว้ดังนี้
| ระดับราคา (บาท) | ช่วงราคา (บาท) |
| ต่ำกว่า 2 | 0.01 |
| ตั้งแต่ 2 แต่ไม่ถึง 5 | 0.02 |
| ตั้งแต่ 5 แต่ไม่ถึง 10 | 0.05 |
| ตั้งแต่ 10 แต่ไม่ถึง 25 | 0.10 |
| ตั้งแต่ 25 แต่ไม่ถึง 100 | 0.25 |
| ตั้งแต่ 100 แต่ไม่ถึง 200 | 0.50 |
| ตั้งแต่ 200 แต่ไม่ถึง 400 | 1.00 |
| ตั้งแต่ 400 ขึ้นไป | 2.00 |
| เครื่องหมายเตือนนักลงทุน | ||
ตาราง : เครื่องหมายเตือนนักลงทุน
| เครื่องหมาย | ความหมาย |
| H (Trading Halt) | เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราวโดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาไม่เกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นเครื่องหมาย H ดังนี้
|
| SP (Trading Suspension) | เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้ง มีระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขายซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นเครื่องหมาย SP ดังนี้
|
| NP (Notice Pending) | บริษัทจดทะเบียนมีข้อมูลที่ต้องรายงานและตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท |
| NR (Notice Received) | ตลาดหลักทรัพย์ได้รับการชี้แจงข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียนที่ได้มีการ Pending (NP) ไว้แล้วและจะขึ้นเครื่องหมาย NR เป็นเวลา 1 วัน |
| NC (Non-Compliance) | หลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน |
| ST (Stabilization) | หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน |
| ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ | ||
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index)
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นดัชนีที่คำนวณจากราคาหลักทรัพย์บนกระดานหลัก ซึ่งคำนวณจากมูลค่าตลาดรวมถ่วงน้ำหนัก ที่เปรียบเทียบกับมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์จดทะเบียนในเวลาปัจจุบันกับมูลค่าตลาด ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ และดัชนีมีค่าเริ่มต้นที่ 100 จุด การคำนวณดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการปรับฐานการคำนวณหากมีบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้นหรือมีการเพิกถอนบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้เพื่อให้การคำนวณสะท้อนเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์เท่านั้น
ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม (Sectorial Indices)
นอกเหนือจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดให้มีดัชนีรายกลุ่มอุตสาหกรรมแก่นักลงทุน ซึ่งคิดคำนวณจากราคาหลักทรัพย์ของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยใช้วิธีการคำนวณวิธีเดียวกันกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ
ดัชนี SET50
ดัชนี SET50 เริ่มใช้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2539 เพื่อรองรับการออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และออปชั่น (Option) ในอนาคต รวมทั้งเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการวัดผลประกอบการของกองทุนรวมที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ดัชนี SET50 เป็นดัชนีราคามูลค่าตลาดรวมถ่วงน้ำหนักที่คำนวณจากราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน 50 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดรวมและสภาพคล่องสูงตั้งแต่ลำดับที่ 1 ถึงลำดับที่ 50 โดยวันฐานที่ใช้ในการคำนวณคือ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2538 หลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีจะเปลี่ยนแปลงทุกๆ 6 เดือน โดยท่านสามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดูหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ใช้ในการคำนวณดัชนี SET50
ดัชนี SET100
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดทำดัชนีราคาตัวใหม่คือ SET100 ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2548 ซึ่งประกอบด้วยบริษัทขนาดใหญ่สูงสุด 100 อันดับแรก ที่ผ่านการคัดเลือกด้วยหลักการและเกณฑ์เดียวกับดัชนี SET50 โดยเริ่มต้นค่าดัชนีที่ 1,000 จุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2548 ทั้งนี้หลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีจะเปลี่ยนแปลงทุกๆ 6 เดือน โดยท่านสามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดูหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ใช้ในการคำนวณดัชนี SET100
หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์
http://www.set.or.th/th/products/index/files/SET50100_Selection_Criteria_TH.pdf
| การควบคุมดูแลของตลาดหลักทรัพย์ฯ | ||
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมดูแลการซื้อขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพที่เรียกว่า "Automated Tools for Market Surveillance" หรือระบบ ATOMS ทั้งนี้การซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผิดปกติและไม่ถูกต้องภายใต้การควบคุมและดูแลตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบด้วย
| การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน | ||
ขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูล
เพื่อความเป็นธรรมในการเปิดเผยข้อมูล บริษัทจดทะเบียนจะต้องรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์ในแต่ละรอบอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือหลังเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์ดังรายละเอียดต่อไปนี้
หากมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้บริษัทจดทะเบียนต้องรายงานในระหว่างชั่วโมงซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสิทธิสั่งระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทนั้นๆ เป็นการชั่วคราวโดยขึ้นเครื่องหมาย H (Halt) หรือ SP (Suspension)
เพื่อความสะดวกในการเปิดเผยข้อมูล ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้กำหนดกฎเกณฑ์ให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อ: